Luang Payao Mountain Run 2018

Luang Payao Mountain Run 2018 หลวงพะเยาเมาเท่นรัน 2018

ขณะนี้ปิดรับสมัครแล้ว ขอบคุณที่ให้ความสนใจ

ตรวจสอบรายชื่อผู้สมัครได้ที่ https://goo.gl/m9N1Yy

หากมีปัญหาการสมัครหรือชำระเงิน สามารถติดต่อได้ที่   @bookzy (มีเครื่องหมาย @ นำหน้า)

กำหนดวัน

วันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม 2561
รับ Race Pack และบรรยายสรุปเส้นทางวิ่ง (Brief) วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน 2561

 วันรับสมัคร

14 กุมภาพันธ์ 2561 เป็นต้นไป โดยแบ่งวันรับสมัครตามคุณสมบัติ ดังนี้
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ สำหรับผู้ใช้คุณสมบัติ ประสบการณ์ผ่านสนาม TET*
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ สำหรับผู้ใช้คุณสมบัติ ประสบการณ์ผ่านสนามเทรลอื่นๆ*

การรับสมัครในแต่ละประเภท จะปิดรับทันทีที่ได้ผู้สมัครครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ แต่หากมีผู้สมัครไม่ครบ จะนำยอดที่เหลือเมื่อสิ้นวันมารวมกับโควต้าในวันถัดไป และเมื่อครบทั้ง 3 วัน หากยังมีจำนวนที่เปิดรับได้ จะเปิดรับต่อไปจนกว่าจะได้ครบ

* ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อคุณสมบัติผู้สมัคร

ค่าสมัคร

Mountain Run
55 กม. ค่าสมัคร 3,200 บาท
35 กม. ค่าสมัคร 2,500 บาท

Village Run
20 กม. ค่าสมัคร 800 บาท
10 กม. ค่าสมัคร 500 บาท
5 กม. ค่าสมัคร 200 บาท (ไม่มีเสื้อ, เหรียญ, ถ้วย)

ระยะแข่งขันและเวลาตัดตัว

55 กม. ค่าความชันโดยประมาณ 2,500 ม. เวลาตัดตัว 18 ชั่วโมง
35 กม. ค่าความชันโดยประมาณ 1,700 ม. เวลาตัดตัว 11 ชั่วโมง

การแบ่งรุ่นอายุ

ระยะ 35 กม. และ 55 กม.
แบ่งสองช่วงรุ่นอายุ คือ 18-39 ปี และ 40 ปีขึ้นไป
ระยะ 5 กม./ 10 กม. / 20 กม. ไม่มีการแบ่งรุ่นอายุ

สถานที่จัดงาน

จุดเริ่มต้น และเส้นชัย โรงเรียนบ้านดอกบัว (ราษฏร์บำรุง) ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา พิกัด GPS 19.141874, 99.822947

คุณสมบัติผู้สมัคร

Mountain Run ผู้สมัครต้องผ่านคุณสมบัติดังต่อไปนี้

สนามนี้โดยเฉพาะ Mountain Run ระยะ 35 และ 55 จะเป็นการจัดเส้นทางวิ่งในพื้นที่ภูเขาและป่าไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติซึ่งไม่สามารถเดินทางเข้าถึงได้ด้วยยานพาหนะใดๆ นอกจากการเดินเท้า (และวิ่ง) ผู้สมัครทุกคนจึงต้องมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ แม้จะมีจุดจำกัดเวลาและตัดตัว (Cut-off) แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีรถหรือพาหนะใดมารับผู้ที่ไม่ผ่าน (DNF) กลับออกจากป่าแต่อย่างใด นักวิ่งทุกคนทั้งที่ผ่านและไม่ผ่านจุดตัดตัวทุกจุด ต้องเดินทางออกจากป่าด้วยการเดินเท้าด้วยตัวเองโดยการนำของทีมงานผู้จัด นักวิ่งจึงควรประเมินศักยภาพตัวเองให้ดีและตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงก่อนตัดสินใจเลือกระยะสมัคร

ระยะ 55 กม.

1. ผ่านสนามภูเขาที่จัดโดย TET นั่นคือ หลวงพะเยาและลังกาหลวง อย่างน้อย 1 สนาม (ระยะใดก็ได้ในฐานะ Finisher หรือ DNF ก็ได้ แต่ DNS ไม่ได้)

หรือ

2. ผ่านสนามวิ่งเทรลในฐานะ Finisher ระยะ 50 กม. ขึ้นไป อย่างน้อย 1 ครั้ง

ระยะ 35 กม.

1. ผ่านสนามภูเขาที่จัดโดย TET นั่นคือ หลวงพะเยาและลังกาหลวง อย่างน้อย 1 สนาม (ระยะใดก็ได้ ในฐานะ Finisher หรือ DNF ก็ได้ แต่ DNS ไม่ได้)

หรือ

2. ผ่านสนามวิ่งเทรลในฐานะ Finisher ระยะ 20 กม. ขึ้นไป อย่างน้อย 2 ครั้ง หรือ 30 กม. อย่างน้อย 1 ครั้ง

หรือ

3. มีประสบการณ์เดินป่า ปีนเขา ในระดับเอาตัวรอดได้ (พิจารณาเป็นรายบุคคล)

Village Run ระยะ 20 กม. / 10 กม. / 5 กม.

จะเป็นการวิ่งบนเส้นทางสัญจรปกติของหมู่บ้าน ผ่านเรือกสวนไร่นา อ่างเก็บน้ำ ป่าชุมชน พื้นราบผสมเนินเขา ไม่จำกัดคุณสมบัตินักวิ่ง

อุปกรณ์บังคับ (เฉพาะ Mountain Run)

1. อุปกรณ์บรรจุน้ำดื่ม ขนาด 1.5 ลิตรขึ้นไป
2. ไฟฉาย ความสว่างมากกว่า 70 ลูเมน พร้อมแบตเตอรี่สำรอง
3. นกหวีด
4. เสื้อกันลม
5. แก้วน้ำประจำตัว
6. โทรศัพท์มือถือ
7. ชุดปฐมพยาบาลและยาประจำตัว

สิ่งที่จะได้รับ

  • ป้ายหมายเลขประจำตัวผู้เข้าร่วมแข่งขัน (BIB)
  • เสื้อที่ระลึก (ยกเว้นระยะ 5 กม.)
  • เหรียญรางวัลสำหรับผู้พิชิต (ยกเว้นระยะ 5 กม.)
  • ของที่ระลึกสำหรับผู้พิชิต (ยกเว้นระยะ 5 กม.)
  • ถ้วยรางวัลสำหรับผู้ชนะ 3 อันดับแรกของแต่ละระยะและประเภท (ยกเว้นระยะ 5 กม.)
  • อาหาร เครื่องดื่ม และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในบริเวณงานตลอดการจัดงาน
  • อาหารเย็นวันลงทะเบียน (30 มิถุนายน 2561), อาหารเช้าและข้าวห่อก่อนวิ่ง, อาหารเครื่องดื่มหลังวิ่ง
  • จุดบริการน้ำดื่ม เกลือแร่ อาหาร ของว่าง ผลไม้ และจุดปฐมพยาบาล บนเส้นทางวิ่ง
  • จุดรับฝากสัมภาระ
  • เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและให้บริการตลอดเส้นทาง
  • การให้ข้อมูลความปลอดภัยและการชี้แจงข้อมูลการแข่งขัน
  • ช่างภาพ

ขนาดเสื้อ